จัดห้องครัวอย่างไรให้ใช้งานง่ายเหมือนมีดีไซน์เนอร์มาออกแบบให้

การจัดห้องครัวนั้น นอกเหนือจากความสวยงามหรือสไตล์ที่ถูกใจเจ้าของครัวแล้ว ยังต้องเป็นส่วนที่จัดพื้นที่ใช้สอยให้เกิดความสะดวก ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ เพื่อให้เกิดใช้งานได้อย่างคล่องตัวตามไลฟ์สไตล์ของสมาชิกในบ้านด้วย ซึ่งการจัดห้องครัวควรอิงจากสมาชิกในบ้านเป็นสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่อยู่อาศัยกันเป็นครอบครัวใหญ่มีสมาชิก 5 คนขึ้นไป ครัวที่เหมาะสมก็ควรเป็นครัวใหญ่สามารถรองรับการทำอาหารมาก ๆ ได้ เช่นเดียวกับบ้านที่มีสมาชิกไม่มาก 3-5 คน ขนาดของครัวก็ไม่ควรมีขนาดใหญ่เกินไปจนกินพื้นที่ใช้งานส่วนอื่น ๆ ในบ้าน แต่ก็ไม่ควรมีขนาดเล็กคับแคบจนเกิดความอึดอัดในยามประกอบอาหาร หรือหากบ้านไหนอยู่กันแบบ 1 – 2 คนก็ควรจัดห้องครัวให้เล็กลง กะทัดรัดมากเพื่อความโปร่งของบ้านได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้การออกแบบฟังก์ชั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การทำครัวเกิดความเพลิดเพลิน หยิบจับสิ่งของเครื่องปรุงได้สะดวก ไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุขณะประกอบอาหาร หรือเกิดข้อผิดพลาดเมื่อต้องใช้ครัวหลายๆ คนพร้อมกัน โดยทั่วไปจะอิงตามหลักธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่

 

  1. จัดพื้นที่ตรงตามฟังก์ชันในครัว

    ในการประกอบอาหารทุกครั้งไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารมื้อเล็กหรือมื้อใหญ่จะต้องคำนึงถึงการใช้งานในห้องครัว คือ จะต้องเกี่ยวเนื่องกันเป็นพื้นที่สามเหลี่ยม ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 ส่วนนี้ประกอบด้วย

    1. พื้นที่เก็บของ คือ เป็นส่วนที่มีไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์ทำครัวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นช้อน ส้อม มีด หม้อ ของเปียกหรือของแห้ง ซึ่งในส่วนตรงนี้จะประกอบด้วย ตู้เคาน์เตอร์ ชั้นลอย และตู้เย็น
    2. ส่วนเตรียมและส่วนปรุง เป็นพื้นที่สำหรับประกอบอาหาร มักประกอบไปด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ได้แก่ เครื่องดูดควัน เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า ไมโครเวฟ เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้จะจัดอยู่ในบริเวณนี้ในระยะที่เดินได้ไม่เกิน 1-2 เมตร และไม่ควรมีสิ่งกีดขวาง เพื่อความปลอดภัยจากการถือของร้อนเดินไปมาระหว่างการปรุง
    3. ส่วนล้าง เป็นส่วนของพื้นที่สำหรับล้างและทำความสะอาด จะประกอบไปด้วย ซิงค์ล้างจาน และที่พักจาน ควรอยู่ใกล้ๆ กับตู้เย็นซึ่งเป็นพื้นที่เก็บของ ส่วนที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น เอาของออกจากตู้เย็นก็จะสามารถล้างได้เลย หรือหากล้างจนเสร็จก็สามารถเก็บเข้าตู้เก็บจานได้เลย ในการวางแปลนให้ตรงกับฟังก์ชัน ให้กำหนดตำแหน่งการใช้งานจริงๆ โดยเริ่มจากประตูทางเข้า ไปยังส่วนเก็บ ต่อด้วยส่วนเตรียมและสวนปรุง จบด้วยส่วนล้างซึ่งต้องอยู่ไม่ห่างจากส่วนเก็บ ซึ่งจะทำให้พื้นที่การใช้งานถูกแบ่งออกเป็นสามเหลี่ยมอย่างที่ควรจะเป็น

 

 

         2. ขนาดเฟอร์นิเจอร์ต้องสัมพันธ์กับกายวิภาคของมนุษย์

เฟอร์นิเจอร์ทุกชนิดได้ถูกกำหนดขนาดมาตรฐานเอาไว้เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดของร่างกายคนเรา อาจจะแตกต่างกันบ้างตามสัดส่วนของประชากรในแต่ละพื้นถิ่น เช่น            เดียวกับห้องครัว โดยสัดส่วนที่พอดีของเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ จะช่วยให้ใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้นซึ่งประกอบไปด้วย

    1. เคาน์เตอร์: เคาน์เตอร์ครัวสำหรับที่ใช้งานทั้งเตรียมประกอบอาหารและเก็บอุปกรณ์ควรมีความลึก 60 ซม. ความสูงจากพื้นถึงท็อปเคาน์เตอร์ 90 – 105 ซม.
    2. ตู้เก็บของ: ตู้ลอยบิลต์อิน ชั้นวางของแขวนผนัง ควรสูงจากท็อปเคาน์เตอร์ครัวประมาณ 40 – 70 ซม. ลึกประมาณ 30 – 40 ซม.เพื่อหลักเลี่ยงศีรษะของผู้ใช้งานชนหรือกระแทก
    3. เครื่องดูดควันและเตาปรุงอาหาร: ขนาดความสูงของเตาแก๊สหรือเตาไฟฟ้า ควรสูงเท่ากับท็อปเคาน์เตอร์ แต่ไม่ควรกว้างเกิน 1 ม. ส่วนความยาวจะขึ้นอยู่พื้นที่โดยรอบ ความกว้างไม่น้อยกว่า 60 ซม. ส่วนเครื่องดูดควันควรสูงจากเตาประมาณ 50 – 70 ซม.
    4. เตาอบ: ควรอยู่ในระดับเดียวกับเคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหาร เพราะเมื่อเตรียมอาหารเสร็จจะสามารถเปิดใช้งานได้ทันที ถ้าติดตั้งสูงหรือต่ำกว่าอาจจะทำให้ใช้งานไม่สะดวก เพราะต้องก้มหรือเขย่งตัวขณะหยิบจับ ความสูงที่แนะนำคือความสูงจากพื้นถึงฐานเตาอบอยู่ที่ 45 – 70 ซม.

การจัดพื้นที่ครัวให้เหมาะสม นอกจากจะทำให้ง่ายต่อการใช้ง่ายแล้ว ยังทำให้เกิดความสะดวกสบายและสวยงามต่อผู้ที่มาพบเห็นอีกด้วย ครัวที่ดีคือครัวที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละบ้าน ซึ่งหากเจ้าของบ้านมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดบ้านตรงนี้ย่อมทำให้บ้านแต่ละส่วนน่าอยู่และดูสวยงามเป็นระเบียบนั่นเอง

SHARE

Share on facebook
Share on twitter

SHARE

Share on facebook
Share on twitter
THE ESTEEM STORY

follow the story

news update

Sign up to be the first to receive news. Update promotions and privileges from us. Don't miss out on great deals that are only here, The Esteem Chiang Mai.